บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

   

     ในภาคเหนือนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนร้อนแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความร้อนที่มากับฤดูกาล แต่ยังมีทั้งปัญหาหมอกควัน (พิษ) ที่มาเยือนเป็นประจำทุกปี ปัญหาน้ำเน่าเสียที่มากขึ้นซึ่งเป็นผลจากน้ำแล้ง และในปีนี้ยังมีข้อถกเถียงเพิ่มขึ้นในเรื่องการขนส่งสาธารณะระหว่างรถแดงกับอูเบอร์ จนทำให้ผู้คนในเชียงใหม่นั้นกลับมาฉุกคิดเรื่องคุณภาพชีวิตของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

      เมืองเชียงใหม่ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ 7 แห่ง ห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย วัดต่าง ๆ ที่อยู่ในทุกชมชน จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา เชียงใหม่นั้นถือว่าเป็นเมืองที่พัฒนาที่สุดในภาคเหนือ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพัฒนาที่มากขึ้น ทั้งนี้การจัดการของภาครัฐและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนถือว่ายังมีประสิทธิภาพไม่มากนัก ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่กล่าวมา

      ความเสียหายปัญหามลพิษจากหมอกควันและฝุ่นละอองในอากาศที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนในช่วง 4 – 5 ที่ผ่านมาส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่านั้นได้รายงานว่า หมอกควันสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกว่า 2,000 ล้านบาท และทำให้มีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น จากการวิจัยของนายแพทย์พงศ์เทพ วิวรธนะเดช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ย 40 คนต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่ในภาคอื่น ๆ มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ย 20 คนต่อประชากร 100,000 คน ชาวเชียงใหม่จึงเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอดสูงถึง 2 เท่าของคนในภาคอื่นหากปัญหาหมอกควันไม่ได้ทุเลาลง จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะเพียงแค่อากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรพึงจะได้ แต่ในปีนี้ปัญหาหมอกควันก็ยังคงอยู่และทำร้ายคนเชียงใหม่

      อีกทั้งคลองแม่ข่าซึ่งปัจจุบันกลายเป็นคลองน้ำทิ้ง ทั้งโรงงาน หมู่บ้าน ร้านค้า โรงแรม แม้ว่าจะมีกฎหมายบังคับให้ติดถังดักไขมันแล้วปัญหาก็ยังไม่ได้หายไป ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่สุดคือผู้ที่อยู่ปลายน้ำคือแถวบ้านป่าแดดใต้ ที่ต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่แย่ต่อร่างกาย เพราะน้ำมีฟองกลิ่นเหม็นมาก และมาตรการที่ทางรัฐทำนั้นก็เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำให้ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน

      การขนส่งในจังหวัดที่มีตัวเลือกน้อยมีเพียงแค่ รถแดง และ แท็กซี่ ปัจจุบันมีคู่แข่งจากต่างประเทศที่เข้ามาเพิ่มคืออูเบอร์ ซึ่งความคิดโดยรวมแล้วมีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และกลาง ๆ กับบริการรถรับส่งอูเบอร์นี้ แต่สุดท้ายแล้วรัฐก็ไม่ได้อนุญาตให้อูเบอร์เข้ามาสู่ตลาดการขนส่งด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ทำให้ผลเสียทั้งหมดนั้นตกลงไปอยู่ที่ผู้ใช้บริการที่สุดท้ายก็มีแค่ทางเลือกเดิมคือ รถแดงและแท็กซี่

      ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนมีผลต่อประชาชนชาวเชียงใหม่โดยตรง และทางเลือกคนเชียงใหม่ก็ไม่มี แม้การที่จะสูดอากาศสะอาดบริสุทธิ์ในช่วงหน้าร้อนนั้นก็หายาก ชาวบ้านป่าแดดใต้ก็ยังต้องทนสภาพน้ำแม่ข่ารอระบายที่เหม็นเน่า และสุดท้ายคนเชียงใหม่เองก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะใช้ในการเดินทางสาธารณะ ก็ยังคงต้องใช้รถแดงต่อไป 

 

เสียงของประชาชน UBER – รถแดง หาข้อยุติแห่งอนาคต

 

      เป็นที่ทราบกันว่า ถ้านึกถึงเชียงใหม่ นอกจากหมีแพนด้า ดอยสุเทพ ถนนคนเดิน ฯลฯ หนึ่งในสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ คือ รถแดง รถโดยสารสาธารณะในการควบคุมของสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ที่มีการจัดสายการวิ่งรถเพื่อความเป็นระเบียบ ทั้งยังมีสมาคมเป็นของตัวเอง ที่เรียกว่า สหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด อันแสดงถึงความเหนียวแน่นในด้านความช่วยเหลือระหว่างผู้ขับรถแดงกันเอง และด้านการเพิ่มอำนาจต่อรองกับปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่มีผลต่อการประกอบอาชีพขับรถแดง 

      เชียงใหม่ ถูกเรียกว่า เมืองหลวงแห่งภาคเหนือ การพัฒนาของจังหวัดจึงก้าวหน้าไม่ต่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก เช่น แหล่งท่องเที่ยว ความเจริญทางธุรกิจ การศึกษา เป็นต้น แต่ที่เด่นชัดมากแม้ว่าเชียงใหม่จะพยายามพัฒนาแต่ละด้านอย่างไรก็พ่ายแพ้กรุงเทพฯ อยู่ดี คือ ระบบขนส่งสาธารณะ

“ แยกระบบคิดก่อน

1. เอารถส่วนบุคคล : (ป้ายดำ) มาวิ่งบริการรับ – ส่งสาธารณะ ข้อนี้ผิดกฎหมายเต็ม ๆ ก็ต้องว่ากันตามกฎหมายแหละครับ เพราะกฎหมายมีระบุเต็ม ๆ ว่าห้ามรถป้ายดำวิ่งรับ – ส่งสาธารณะ

2. บริการ : ไม่ว่าจะเป็นแก๊ปหรืออูเบอร์ มันง่ายต่อการเข้าถึง ง่ายต่อการเรียก เพราะทุกวันนี้ ทุกคนแทบจะมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ แค่โหลดแอพเหล่านี้และเรียกรถมาถึงหน้าประตูบ้านได้เลย ไม่ต้องเดินไปถนนใหญ่หรือหน้าปากสอยละรอโบกเรียกตุ๊ก ๆ หรือรถแดง ที่สำคัญการเรียกผ่านแอพเหล่านี้ ได้ราคายุติธรรมและคุ้มค่ากว่าตุ๊ก ๆ หรือรถแดง อย่างบ้านผมจะไปเซ็นเฟสฯ ระยะทางแค่ 4-5 กิโล ถ้าไปตุ๊ก ๆ หรือรถแดงมี 100 บาทขึ้นไปแน่ ๆ แต่ผมเคยเรียกอูเบอร์ เขาคิดแค่ 50 บาท บางทีได้โค๊ด ได้โปรฯผ่านแอพ นั่งฟรีก็นั่งมาแล้วครับ เห็นไหมครับต่างกันเป็นครึ่ง ผมไม่ได้บอกนะว่าผมสนับสนุนของผิดกฎหมาย ในเมื่อของถูกกฎหมายลำบากกว่าในการเรียกใช้ และราคาแพงกว่า ผมคงไม่โง่ใช้บริการของที่ลำบากและแพงกว่าหรอกครับในหลักชีวิตจริง  

อยากฝากไปถึงรถแดงและตุ๊ก ๆ คุณควรปรับตัวครับ เทคโนโลยีและโลกไปถึงไหนแล้ว คุณควรปรับตัวทำตาม การที่คุณ ๆ คิดว่าต้องมีคนมาโบกรถคุณข้างถนน และตกลงราคากัน มันเอ้าท์แล้วครับวิธีนี้ ควรศึกษาแอพเหล่านี้ไว้บ้างก็ดีครับ ผมมองว่าเป็นประโยชน์สำหรับคุณนะ เพราะคุณกฎหมายก็รองรับว่าเป็นรถป้ายเหลืองบริการรับ – ส่งสาธารณะได้ เพียงแต่ช่องทางเรียกรถผ่านแอพผมว่าเป็นช่องทางที่น่าสนใจและทำรายได้เสริมให้คุณได้ ลองดูครับไม่เสียหาย อย่าปิดโอกาสตัวเอง ” Pacharawong สมาชิกพันทิป

“ มันน่าจะมีนักกฏหมายขึ้นมาฟ้องศาลปกครองนะว่า การใช้แอพ Uber หรือ grab เป็นการจ้างส่วนบุคคลกับบุคคล ไม่ได้เอารถส่วนตัวมาวิ่งเป็นสาธารณะ  แอพมีหน้าที่เป็นกระดานข่ายให้คนเรียกหาคนขับเฉย ๆ การจ้างระหว่างบุคคลกับุคคล เป็นสิทธิโดยชอบธรรมในประเทศนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1331491

“ จะบริการดีเลิศแค่ไหน  มันไม่มีกฎหมายรองรับ  มีกฎหมายระบุความผิดชัดเจนก็คือผิด ถ้าจะเล่น  พรบ. ขนส่ง โทษปรับเป็นแสน จำคุกห้าปี หาทางนำเข้าระบบ ทำให้มันถูกต้องเหมือน คสช. จัดระเบียบรถตู้อยู่ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ ”

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1603213

“ เป้าหมายของอูเบอร์ คือ ให้ผู้โดยสารหันไปใช้มาก ๆ จนรถแดงเราหายไปเรื่อย ๆ เพราะอยู่ไม่ได้ ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่ต้องชดเชยให้ผู้ขับขี่ที่วิ่งให้กับอูเบอร์แต่เป็นผู้โดยสารทั้งหลายที่ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะทางอูเบอร์มีระบบที่สามารถขึ้นอัตราค่าโดยสารได้เองโดยไม่ต้องรออนุมัติจากกรมการขนส่ง และเผลอ ๆ อาจจะจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เขาชดเชยอีกต่างหาก ”

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1907544

“ นั้นนะสิครับ รถแดงมีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น ๆ อยากทำอะไร บอกอะไร ขนส่งไม่เคยขัดมีแต่ตามใจตลอด อย่างจัดสายรถเมล์ในเชียงใหม่ก็พวกรถแดงเป็นคนกำหนดให้วิ่ง เดินรถในที่ไม่ค่อยมีคนเดินทางใครเขาจะขึ้น ทำไมไม่ให้รถเมล์วิ่งวนรอบคูเมืองดูสิผมว่าคนขึ้นเยอะแยะแน่ ๆ รถแดงเรียกร้องขนส่งรีบตอบสนอง จะเอาป้าย 30 มาวิ่งรับจ้างทั่วเชียงใหม่ไม่เกินวงแหวนรอบ2 ผมว่าเกินไปนะครับเอาเปรียบรถประจำทาง 10 และเอาเปรียบคนที่จดทำป้าย 30 เดิม แปลกแต่จริงรถแดงเชียงใหม่ยิ่งแก้ยิ่งเดินวนในอ่าง ”

สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อผู้ใช้ นันท์ เชียงใหม่

 “ ผมเต็มใจจะขึ้น Grab และ Uber มากกว่ารถสี่ล้อแดงครับ ถึงแม้จะแพงกว่าผมก็จะขึ้น และสนับสนุนให้สองค่ายนี้ถูกกฏหมาย  เนื่องจากประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ในการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการเจ้าต่าง ๆ ไม่ใช่ผูกขาดแบบที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้และประชาชนจะตัดสินเองว่าเจ้าไหนควรอยู่ เจ้าไหนควรเจ๊ง คำพูดที่ว่า “ รถสี่ล้อแดงเป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ ” ผมไม่เห็นด้วยอย่างมากครับผมว่าเอาจริง ๆ คนเชียงใหม่รังเกียจด้วยซ้ำไป ทั้งเรื่องมารยาทการขับรถ การโกงค่าโดยสาร การด่าทอเพื่อนร่วมทาง และอีกสารพัดครับ ”

เราป่าว สมาชิกพันทิป

   

      จากประเด็นถกเถียงหลายแง่มุมดังกล่าว เห็นว่าความขัดแย้งทางความคิดครั้งนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้ มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายเห็นต่าง และเป็นกลาง ซึ่งจุดยืนสำคัญในการโต้แย้งกับอูเบอร์และเป็นเหตุผลที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ คือ การเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเชียงใหม่และการรับ – ส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีประเด็นถกเถียงกันในเรื่องการเอาเปรียบผู้โดยสารและมารยาทการขับขี่ที่ไม่ค่อยดีนักของการบริการรถแดงที่ถูกพูดถึงมาเป็นระยะ ๆ ล่าสุดกับการเกิดขึ้นของอูเบอร์ (Uber) รถส่วนตัวที่ถูกนำมาใช้บริการรับ – ส่งผู้โดยสารโดยต้องเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งยังเป็นอาชีพผิดกฎหมายนั้นกลับทำให้เรื่องเหล่านั้นถูกตอกย้ำมากขึ้น ๆ จนกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าการตอกย้ำความผิดพลาดซ้ำซากของรถแดงดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะมีความต้องการเปลี่ยนไปด้วย เห็นว่าบริการดี ราคาถูก เรียกใช้สะดวก หรือเพราะคนเหล่านั้นต้องการหลีกหนีจากการผูกขาดของรถแดง ซึ่งเกิดจากการสะสมมาที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ กรณีตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการรถแดงกับผู้โดยสารมีมากมาย เช่น การคิดค่าบริการแพงเกินความจริง ความไม่เสถียรของราคาแม้จะเรียกใช้บริการในเส้นทางเดิม การจ่ายเหมารอบแต่ยังแวะรับผู้โดยสารตลอดเส้นทาง การปฏิเสธผู้โดยสาร เป็นต้น ทว่า ทุกอย่างมีดีย่อมส่งผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่าอูเบอร์จะทำให้ระบบขนส่งของเชียงใหม่เกิดความวุ่นวาย ยากต่อการตรวจสอบ ควบคุมมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถปรับตัวให้คงอยู่ในเชียงใหม่ หรือยอมรับว่าผิดกฎหมายและค่อย ๆ หายไป ซึ่งนั่นเป็นอนาคตที่ต้องติดตามการยื่นเรื่องเพื่อพยายามให้อูเบอร์เข้าสู่ระบบขนส่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ ปัจจุบัน

      ของเก่าที่เคยชินกับของใหม่ที่ไม่รู้จะไว้ใจได้เพียงใด นำมาสู่การถกเถียงอย่างต่อเนื่องของคนเชียงใหม่เองและคนทั่วไปในสังคม จนปัจจุบันก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าการจัดการทั้งกับรถแดงและอูเบอร์จะเป็นอย่างไร ซ้ำร้ายประเด็นนี้ค่อย ๆ เงียบไปจากความสนใจ จากที่เคยเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงกับเคยเกิดการล่อจับอูเบอร์ของขนส่งเชียงใหม่มาแล้ว ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือไม่ กับการยกเลิกรถแดงไม่ได้ แต่ก็ไม่มีการปรับปรุงภาพรวมการบริการให้ดีขึ้นสมกับการคงไว้เสียเลย