SOCIAL

ผู้ติดสุรา ชม. ยังเพิ่ม สวนทางจำนวนผู้ป่วยสุราสวนปรุงปีล่าสุด จิตแพทย์ เล็ง ลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่

ผู้ติดสุราเชียงใหม่เพิ่ม : ผู้ติดสุราเชียงใหม่ยังเพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนผู้ติดสุราที่มารับการรักษาปีล่าสุดของสวนปรุงที่ลดลง เหตุเพราะบางส่วนไปรับการรักษาตามโรงพยาบาลชุมชน และนักดื่มส่วนใหญ่มีปัญหาการไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ติดสุราหรือเป็นผู้อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นผู้ติดสุรา โดยมีเหตุผลหลัก คือ คิดว่าดื่มแล้วไม่ติด ชอบเข้าสังคม และอื่น ๆ (ปฏิภาค วิภาสกุลเด่น)

สุนิสา จินเพชร

   

      จิตแพทย์สวนปรุง เผย แม้สติถิผู้ป่วยสุรา (ผู้ติดสุราที่มารักษา) ของสวนปรุงปีล่าสุดลดลง แต่จำนวนผู้ติดสุราในเชียงใหม่ยังเพิ่มขึ้น เพราะผู้ติดสุราหันไปรักษาโรงพยาบาลใกล้บ้าน ทั้งมีผู้เสี่ยงติดสุราและผู้ไม่ยอมรับว่าติดสุราอีกส่วนหนึ่ง ชี้ครอบครัวมีผลต่อการตัดสินใจเลิกดื่ม คาดปี 60 ผู้ป่วยสุราที่สวนปรุงยังนิ่ง แต่เล็งลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ ด้านสาธารณสุขจังหวัด แจง ไม่มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการดื่ม เพราะไม่มีนโยบายจากส่วนกลาง หากเก็บจริงเชื่อว่าผู้ดื่มบอกความจริงไม่หมด ส่งผลต่อความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ฝ่ายผู้ดื่มไม่เห็นด้วยว่ามาตรการลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่จะทำได้จริง

      จากสถิติจำนวนผู้ป่วยสุราจังหวัดเชียงใหม่ที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง ปี พ.ศ. 2559 ลดลงจากปีที่แล้ว พญ. กิตติวรรณ เทียมแก้ว จิตแพทย์ประจำ โรงพยาบาลสวนปรุง เผยว่า โรงพยาบาลสวนปรุงเป็นเพียงอีกหนึ่งแห่งที่ให้บริการรักษาผู้ที่ดื่มสุราแล้วมีปัญหา เพราะยังมีโรง-พยาบาลอื่น ๆ ที่สามารถรักษาผู้ติดสุราได้ ดังนั้นจำนวนผู้ป่วยสุราที่รับการรักษาที่สวนปรุงไม่ได้แสดงถึงจำนวนผู้ติดสุราในเชียงใหม่ที่แท้จริง เพราะจำนวนผู้ติดสุราในเชียงใหม่จริง ๆ ไม่ได้ลดลง แต่ส่วนหนึ่งไปรักษาที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านมากขึ้น เนื่องจากช่วงระยะหลังทางสวนปรุงได้เข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับการบำบัดผู้ติดสุราแก่โรงพยาบาลชุมชนต่าง ๆ ดังนั้นหมอและพยาบาลก็จะสามารถรักษาผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุราในระดับไม่รุนแรงได้ รวมทั้งเชียงใหม่ยังมีผู้ติดสุราที่ไม่ยอมรับว่าตนติดสุราและผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นผู้ติดสุราอีกส่วนหนึ่ง โดยแนวโน้มผู้ที่จะเข้ามารับการรักษาในปี 2560 อาจจะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากเพราะปัญหา คือ ปัจจุบันการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นธุรกิจการค้ามีการพัฒนาสูตร คิดค้นเครื่องดื่มใหม่ ๆ เช่น เหล้าปั่น หมาดำ เป็นต้น เพื่อพยายามหานักดื่มหน้าใหม่ที่เป็นผู้หญิงหรือนักดื่มที่อายุน้อยลง 

      “ผู้ป่วยสุราส่วนมากจะเป็นวัยทำงาน แล้วถ้าไปถามเขาจะรู้ว่ามักเริ่มดื่มตั้งแต่วัยรุ่น เพราะอยากลองหรือเพื่อนชวน หลังจากนั้นจะเคยชินจนเป็นนิสัย ซึ่งในความจริงแล้วนักดื่มกระจายอยู่ทุกวัย แต่ที่วัยทำงานมีจำนวนการเข้ามารักษาการติดสุรามากเพราะเกิดจากการสะสมและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน เช่น ปีแรก ๆ ที่ดื่มก็อาจจะไม่เกิดปัญหาทางสุขภาพมาก พอ 2 – 5 ปี เข้าสู่วัยทำงานก็ดื่มจนเสียการเสียงาน ทำให้นายจ้างมีบทลงโทษให้มารักษา” พญ. กิตติวรรณ กล่าว

      พญ. กิตติวรรณ กล่าวอีกว่า สวนปรุงจึงมีแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้ติดสุรา โดยการลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ในเชียงใหม่ ซึ่งสวนปรุงมีบทบาทในสื่อท้องถิ่น เช่น ทีวีช่อง 11 ในภาคเหนือตอนบนที่เผยแพร่ให้ความรู้ การรณรงค์ มีเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 053-276750 ที่ประชาชนสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ หรือเว็บไซต์ www.suanprung.go.th แต่ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา สังคม เยาวชน รวมถึงสื่อมวลชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากโรงพยาบาลมีหน้าที่บำบัดรักษาผู้ที่ดื่มจนเกิดปัญหาแล้ว การโฆษณาที่มีภาพแสดงถึงการสังสรรค์ การโพสต์เวลาไปสถานบันเทิงลงสื่อออนไลน์ การเชื้อเชิญให้เยาวชนอายุน้อยมาดื่มสุรา การดื่มสุราตามเทศกาลต่าง ๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติ เหล่านี้คือปัญหาหลักที่ทำให้จำนวนคนที่อยู่ในวงจรการดื่มสุราเพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาผู้ติดสุราที่ไม่ยอมรับว่าตนติดสุราและผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นผู้ติดสุรา เพราะส่วนใหญ่คิดว่าดื่มสุราแล้วไม่ติด ผลร้ายแรงที่สุดสำหรับกรณีนี้ คือ อาจทำให้ตัวเองเสี่ยงถึงชีวิต รวมถึงผลกระทบต่อสังคม เช่น เมาแล้วขับ การทะเลาะวิวาท เป็นต้น วิธีแก้ปัญหาที่ดี คือ การชี้ปัญหาที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทั้งต่อสุขภาพตัวเขาเอง การสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวและคนรอบข้างมากกว่าการที่ไปบอกว่าเขาติดสุราเพราะจะยิ่งทำให้ผู้ติดสุราต่อต้าน เนื่องจากบางคนอาจจะไม่ได้อยากเลิกดื่มสุราเพราะตัวเอง แต่อยากเลิกเพื่อคนที่เขารัก จึงต้องเพิ่มแรงจูงใจในการเลิกดื่มสุราโดยคนใกล้ตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เช่น  พ่อแม่ ภรรยา ลูก เป็นต้น

      นายทวีศักดิ์ จินต์จิระนันท์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  แจงว่า สำหรับสาธารณสุขฯ ไม่มีการเก็บข้อมูลของผู้ดื่มสุราว่ามีพฤติกรรมการดื่มอย่างไรบ้างที่บ่งบอกได้ว่าในกลุ่มผู้ดื่มสุรามีผู้ติดสุราและผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นผู้ติดสุรา เนื่องจากแต่ละคนจะมีระดับการติดสุราต่างกันมีเพียงข้อมูลเบื้องต้นว่าแต่ละอำเภอมีผู้ดื่มสุรามากน้อยแค่ไหน เนื่องด้วยส่วนกลางระดับประเทศไม่มีนโยบายนี้และหากมีนโยบายออกมาก็เก็บข้อมูลที่ยากส่งผลต่อการคลาดเคลื่อนของข้อมูลอย่างมากเพราะการเป็นผู้ติดสุราและผู้ที่อยู่ในภาวะเป็นผู้ติดสุราไม่มีเกณฑ์อาการชัดเจนเนื่องจากแต่ละคนจะมีระดับการติดสุราต่างกัน นอกจากนั้นผู้ติดสุราทุกคนย่อมรู้ว่าตัวเองติดสุราหรือไม่ เพียงแต่ไม่ยอมรับเพราะมองว่าดื่มเป็นประจำเป็นเรื่องปกติ ยกเว้นจะมีปัญหาทางกายหรือทางจิต (สมอง) แทรกซ้อนจึงจะยอมรับว่าตนเองนั้นเป็นผู้ติดสุรา และหากสำรวจข้อมูลเหล่านั้นจริงตนเชื่อว่า บางคนก็ไม่บอกความจริงทั้งหมดเพราะการเป็นผู้ติดสุราเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่สำหรับสังคมไทย ทำให้ไม่เกิดการแก้ปัญหาในระยะยาว

      นายจิรชาติ ใคร้มา อายุ 26 ปี กำลังศึกษาปริญญาเอกคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล แผน ก.1 กล่าวว่า การที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับว่าติดสุรา เนื่องจากเข้าใจผิดว่าการติดสุราหมายถึงโรคพิษสุราเรื้อรังที่ต้องมีอาการขั้นร้ายแรง เช่น คลื่นไส้ เหงื่อออก มือสั่นเมื่อหยุดดื่มสุรา เป็นต้น ทำให้คิดกันว่าไม่ใช่ผู้ติดสุราเพราะยังไม่เกิดอาการเหล่านั้น ส่วนตัวคิดว่าตนไม่ได้เป็นผู้อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นผู้ติดสุรา เพราะยังสามารถจัดสรรเวลาได้ในเรื่องการเรียน การทำงานและการดื่มสุรา โดยเฉพาะเวลาดื่มไม่เคยเกิดปัญหารุนแรง แต่ตอนนี้เริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้การดื่มสุราส่งผลต่อปัญหาสุขภาพแต่ยังไม่คิดจะเลิกดื่มสุรา ตนเคยหยุดดื่มสุรานานที่สุด 2 สัปดาห์ เคยใช้เวลาในการดื่มสุราต่อครั้งนานที่สุด คือ 24 ชั่วโมง โดยเริ่มดื่มสุราครั้งแรกตอน ป.6 ซึ่งคนในครอบครัวให้ลอง ช่วงที่เริ่มดื่มเป็นประจำ คือ ม.6 และช่วงที่ดื่มหนัก คือ ปัจจุบัน ตนคิดว่าปัจจัยที่มีผลสูงสุดต่อการเลิกดื่มสุรา คือ ตัวเอง เพราะต่อให้ครอบครัว คนรอบข้างบอกถึงปัญหาอย่างไรก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะเลิกดื่มได้สำเร็จ

      “ มาตรการลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่คิดว่าทำไม่ได้หรอก ในเมื่อสังคมไทยเด็กยังโดนผู้ใหญ่ปลูกฝังว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองอยู่ ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กมันจะเลิกดื่ม เพราะเด็กเห็นผู้ใหญ่เฉลิมฉลองกันด้วยเหล้าเบียร์ มันก็เลยกินเหมือนกัน นักดื่มหน้าใหม่จะเลิกได้ยังไงก็คือไม่ต้องขายสิ ถึงจะไปบอกว่าต้อง 20 ปีบริบูรณ์ มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจถึงจะดื่มได้ถูกกฎหมาย แต่ร้านโชว์ห่วยเขาไม่ได้สนใจว่าถ้ามีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น เด็กพวกนี้ดื่มสุราแล้วจะเกิดปัญหา เขาสนใจปากท้องตัวเองมากกว่า แค่ว่าวันนี้เขาจะกินข้าวกับอะไร มันก็ต้องขาย ในเมื่อรัฐยังไม่ได้ดูแลคนในประเทศดีเพียงพอ คนก็ต้องปากกัดตีนถีบให้ตัวเองอยู่รอด ถึงจะออกแคมเปญอะไรมามันก็จะมีผลกับแค่กลุ่มเดียว คือ กลุ่มคนที่ไม่ดื่มอยู่แล้ว คนที่คิดว่าสุรามันไม่ดีแล้วไปว่าคนที่ดื่มว่าไม่ดีไปด้วย แคมเปญเหล่านั้นจึงไม่มีผลต่อคนที่ดื่มเพราะยังไงพวกที่จะดื่มมันก็จะดื่มอยู่ดี ถ้าอยากให้แก้ปัญหานี้ง่ายที่สุด ก็ใช้ ม. 44  ห้ามขายทั้งประเทศ แต่ถ้าถามว่าให้ยั่งยืนที่สุด คุณก็ต้องไปเปลี่ยนที่ระบบความคิดของคนในสังคม ซึ่งมันยากและไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน “ นายจิรชาติ กล่าว

 “ ถ้าอยากให้แก้ปัญหานี้ให้ยั่งยืนที่สุด คุณก็ต้องไปเปลี่ยนที่ระบบความคิดของคนในสังคม ซึ่งมันยากและไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ”

HOT ISSUE

ชี้ปัญหา มองหาทางออก UBER – รถแดง

ณพงศ์ชัย ปัญญา

     ปัญหาเรื่องระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัญหาคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มานาน  หลายท่านที่เคยใช้บริการรถแดงอาจจะเคยประสบปัญหาเรื่องราคาที่ไม่มีมาตรฐาน ถึงที่หมายช้าเพราะต้องขับรับ-ส่งผู้โดยสารแบบไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาที่คนเชียงใหม่เผชิญมาอย่างยาวนาน 

     จนกระทั่งได้มีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า UBER เป็นแอพพลิเคชั่นที่ไว้ใช้สำหรับเรียกรถโดยสาร และสามารถชำระเงินค่าโดยสารได้ทั้งบัตรเดบิตและจ่ายด้วยเงินสด เปิดให้บริการในหลายประเทศทั่วโลก เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ด้วยความที่สามารถเรียกใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ราคาที่ถูกกำหนดไว้อย่างมีมาตรฐาน จึงเป็นที่สนใจของผู้โดยสารรถสาธารณะทั่วไป หลังจากที่ประสบความสำเร็จและได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ก็ได้ขยายตลาดมาที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย 

      ด้วยความที่ UBER มีราคาค่าโดยสารที่ถูกกว่า การบริการที่ดีกว่าและสะดวกสบายกว่ารถโดยสารสาธารณะทั่วไป จึงทำให้ไม่เป็นที่พอใจกับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในเชียงใหม่นัก เพราะผู้บริโภคเลือกที่จะใช้บริการ UBER แทนที่จะเป็นรถสาธารณะของพวกตน และสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาคือ UBER นั้นให้บริการรถยนต์สาธารณะแบบผิดกฎหมาย และไม่สามารถให้บริการในประเทศไทยได้ โดยจดหมายข่าวกรมการขนส่งทางบกฉบับที่ 35 มีการระบุถึง UBER โดยระบุว่ากรมการขนส่งทางบกได้ประชุมร่วมกับกระทรวงไอซีที, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, และมณฑลทหารบกที่ 11 ในประเด็นการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง เช่น UBER ได้ข้อสรุปว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใน 3 ประเด็นได้แก่ ผู้ที่ขับรถ-ส่งผู้โดยสารที่ใช้แอพพลิเคชั่น UBER นั้น ใช้รถยนต์ที่ผิดประเภท กล่าวคือจะมีทั้ง “รถยนต์ป้ายแดง” คือรถยนต์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน “รถยนต์ป้ายดำ” คือจดทะเบียนแล้วแต่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล และ “รถยนต์ป้ายเขียว” คือรถยนต์ลักษณะให้บริการเฉพาะกิจ ซึ่งทั้ง 3 แบบเป็นการให้บริการในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะแบบป้ายดำกับป้ายแดง มีความผิดฐานใช้รถผิดประเภท ตามมาตรา 21 และมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และประกันภัยจะไม่คุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุขณะรับ-ส่งผู้โดยสาร เพราะจะถือว่าใช้รถยนต์ผิดประเภท ประเด็นที่สองคือ ผู้ขับรถไม่มีใบขับขี่สาธารณะ และไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะ โดยมีโทษปรับฐานไม่มีใบขับขี่สาธารณะ 

     ปรับสูงสุด 1,000 บาท ประเด็นสุดท้ายคือ มีความผิดฐานไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ทางราชการกำหนด มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท โดยทั้ง 3 ประเด็นหากถูกตรวจพบ ทางกรมการขนส่งทางบกจะเปรียบเทียบปรับสูงสุดทุกราย

     UBER ก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขข้อกฎหมาย และขอเสียงสนับสนุนให้รัฐบาลรองรับบริการร่วมเดินทาง(Ridesharing) ผ่าน https://action.uber.org/th/ ด้วย โดยย้ำว่าการบริการของ UBER ไม่ได้ให้บริการในรูปแบบรับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร แต่เป็นบริการร่วมเดินทาง (Ridesharing) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการเดินทางที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้บนสมาร์ทโฟน แตกต่างจากการให้บริการของแท็กซี่ มีข้อดี คือ ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร ไม่ปฏิเสธการเดินทางหรือจุดหมายปลายทาง การบริการมีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งในช่วงแรก UBERขอเสียงสนับสนุนที่ 50,000 รายชื่อ เมื่อครบตามจำนวนก็ได้ขยายความต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มเป็น 100,000 รายชื่อ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว รวม 55,112 รายชื่อ

      เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ชมรม ALSA LAW CMU ได้จัดงาน “Legal Roundtable Discussion” ในหัวข้อ “ถึงทางตัน : สู่ทางออก ? ปมความขัดแย้งระหว่างรถแดงกับอูเบอร์” โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และหาทางออกของสังคม นำโดย “คุณอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ” นักวิชาการด้านขนส่งมวลชน “อาจารย์กฤษณ์พชร โสมณวัตร” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายในงานได้มีการเสนอทางออกโดยการทำให้ UBER ถูกกฎหมาย เพราะหากสามารถที่จะทำให้ UBER ถูกกฎหมายจะเป็นการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ทั้งสองฝ่าย จะเกิดการแข่งขันขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด ฝ่ายรถแดงจะต้องปรับปรุงตัวเองในเรื่องของการบริการและราคาเพื่อให้อยู่รอดในการแข่งขันนี้ และปัญหาเรื่องคุณภาพของรถแดงจะค่อยๆหมดไป แต่ก็ยังหาข้อสรุปภายในงานไม่ได้ เนื่องจาก 1. ตัวพระราชบัญญัติไม่ได้กำหนดไว้ถึงเรื่องนี้ การจะทำให้ถูกกฎหมายเลยเป็นไปได้ยากเพราะต้องมีการตราพระราชบัญญัติซึ่งต้องผ่านรัฐสภา แต่สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันนั้น รัฐสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเลยเป็นไปได้ยากที่จะตราพระราชบัญญัติ และใช้เวลานาน 2. ถ้าจะทำให้ถูกกฎหมายโดยทำเป็นกฎกระทรวง ก็เป็นไปได้ยากเพราะกฎกระทรวงต้องมีกฎหมายให้อำนาจ ซึ่งต้อนนี้ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจในเรื่องนี้ 3. ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการใช้กฎหมายมาตรา 44 แต่ก็อยากเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย

      โดยในปัจจุบัน UBER ก็ได้กระทำการดื้อแพ่ง หรือ “อารยะขัดขืน” เป็นรูปแบบการต่อต้านทางการเมืองอย่างสงบเพื่อกดดันให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางการเมืองที่เป็นอยู่ และได้แต่หวังว่าจะได้ข้อสรุปของปัญหาในเร็ววัน

EDITORIAL

เสียงของประชาชน UBER – รถแดง หาข้อยุติแห่งอนาคต

      เป็นที่ทราบกันว่า ถ้านึกถึงเชียงใหม่ นอกจากหมีแพนด้า ดอยสุเทพ ถนนคนเดิน ฯลฯ หนึ่งในสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ คือ รถแดง รถโดยสารสาธารณะในการควบคุมของสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ที่มีการจัดสายการวิ่งรถเพื่อความเป็นระเบียบ ทั้งยังมีสมาคมเป็นของตัวเอง ที่เรียกว่า สหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด อันแสดงถึงความเหนียวแน่นในด้านความช่วยเหลือระหว่างผู้ขับรถแดงกันเอง และด้านการเพิ่มอำนาจต่อรองกับปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่มีผลต่อการประกอบอาชีพขับรถแดง 

      เชียงใหม่ ถูกเรียกว่า เมืองหลวงแห่งภาคเหนือ การพัฒนาของจังหวัดจึงก้าวหน้าไม่ต่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก เช่น แหล่งท่องเที่ยว ความเจริญทางธุรกิจ การศึกษา เป็นต้น แต่ที่เด่นชัดมากแม้ว่าเชียงใหม่จะพยายามพัฒนาแต่ละด้านอย่างไรก็พ่ายแพ้กรุงเทพฯ อยู่ดี คือ ระบบขนส่งสาธารณะ

“ แยกระบบคิดก่อน

1. เอารถส่วนบุคคล : (ป้ายดำ) มาวิ่งบริการรับ – ส่งสาธารณะ ข้อนี้ผิดกฎหมายเต็ม ๆ ก็ต้องว่ากันตามกฎหมายแหละครับ เพราะกฎหมายมีระบุเต็ม ๆ ว่าห้ามรถป้ายดำวิ่งรับ – ส่งสาธารณะ

2. บริการ : ไม่ว่าจะเป็นแก๊ปหรืออูเบอร์ มันง่ายต่อการเข้าถึง ง่ายต่อการเรียก เพราะทุกวันนี้ ทุกคนแทบจะมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ แค่โหลดแอพเหล่านี้และเรียกรถมาถึงหน้าประตูบ้านได้เลย ไม่ต้องเดินไปถนนใหญ่หรือหน้าปากสอยละรอโบกเรียกตุ๊ก ๆ หรือรถแดง ที่สำคัญการเรียกผ่านแอพเหล่านี้ ได้ราคายุติธรรมและคุ้มค่ากว่าตุ๊ก ๆ หรือรถแดง อย่างบ้านผมจะไปเซ็นเฟสฯ ระยะทางแค่ 4-5 กิโล ถ้าไปตุ๊ก ๆ หรือรถแดงมี 100 บาทขึ้นไปแน่ ๆ แต่ผมเคยเรียกอูเบอร์ เขาคิดแค่ 50 บาท บางทีได้โค๊ด ได้โปรฯผ่านแอพ นั่งฟรีก็นั่งมาแล้วครับ เห็นไหมครับต่างกันเป็นครึ่ง ผมไม่ได้บอกนะว่าผมสนับสนุนของผิดกฎหมาย ในเมื่อของถูกกฎหมายลำบากกว่าในการเรียกใช้ และราคาแพงกว่า ผมคงไม่โง่ใช้บริการของที่ลำบากและแพงกว่าหรอกครับในหลักชีวิตจริง  

อยากฝากไปถึงรถแดงและตุ๊ก ๆ คุณควรปรับตัวครับ เทคโนโลยีและโลกไปถึงไหนแล้ว คุณควรปรับตัวทำตาม การที่คุณ ๆ คิดว่าต้องมีคนมาโบกรถคุณข้างถนน และตกลงราคากัน มันเอ้าท์แล้วครับวิธีนี้ ควรศึกษาแอพเหล่านี้ไว้บ้างก็ดีครับ ผมมองว่าเป็นประโยชน์สำหรับคุณนะ เพราะคุณกฎหมายก็รองรับว่าเป็นรถป้ายเหลืองบริการรับ – ส่งสาธารณะได้ เพียงแต่ช่องทางเรียกรถผ่านแอพผมว่าเป็นช่องทางที่น่าสนใจและทำรายได้เสริมให้คุณได้ ลองดูครับไม่เสียหาย อย่าปิดโอกาสตัวเอง ” Pacharawong สมาชิกพันทิป

“ มันน่าจะมีนักกฏหมายขึ้นมาฟ้องศาลปกครองนะว่า การใช้แอพ Uber หรือ grab เป็นการจ้างส่วนบุคคลกับบุคคล ไม่ได้เอารถส่วนตัวมาวิ่งเป็นสาธารณะ  แอพมีหน้าที่เป็นกระดานข่ายให้คนเรียกหาคนขับเฉย ๆ การจ้างระหว่างบุคคลกับุคคล เป็นสิทธิโดยชอบธรรมในประเทศนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1331491

“ จะบริการดีเลิศแค่ไหน  มันไม่มีกฎหมายรองรับ  มีกฎหมายระบุความผิดชัดเจนก็คือผิด ถ้าจะเล่น  พรบ. ขนส่ง โทษปรับเป็นแสน จำคุกห้าปี หาทางนำเข้าระบบ ทำให้มันถูกต้องเหมือน คสช. จัดระเบียบรถตู้อยู่ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ ”

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1603213

“ เป้าหมายของอูเบอร์ คือ ให้ผู้โดยสารหันไปใช้มาก ๆ จนรถแดงเราหายไปเรื่อย ๆ เพราะอยู่ไม่ได้ ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่ต้องชดเชยให้ผู้ขับขี่ที่วิ่งให้กับอูเบอร์แต่เป็นผู้โดยสารทั้งหลายที่ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะทางอูเบอร์มีระบบที่สามารถขึ้นอัตราค่าโดยสารได้เองโดยไม่ต้องรออนุมัติจากกรมการขนส่ง และเผลอ ๆ อาจจะจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เขาชดเชยอีกต่างหาก ”

สมาชิกพันทิปหมายเลข 1907544

“ นั้นนะสิครับ รถแดงมีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น ๆ อยากทำอะไร บอกอะไร ขนส่งไม่เคยขัดมีแต่ตามใจตลอด อย่างจัดสายรถเมล์ในเชียงใหม่ก็พวกรถแดงเป็นคนกำหนดให้วิ่ง เดินรถในที่ไม่ค่อยมีคนเดินทางใครเขาจะขึ้น ทำไมไม่ให้รถเมล์วิ่งวนรอบคูเมืองดูสิผมว่าคนขึ้นเยอะแยะแน่ ๆ รถแดงเรียกร้องขนส่งรีบตอบสนอง จะเอาป้าย 30 มาวิ่งรับจ้างทั่วเชียงใหม่ไม่เกินวงแหวนรอบ2 ผมว่าเกินไปนะครับเอาเปรียบรถประจำทาง 10 และเอาเปรียบคนที่จดทำป้าย 30 เดิม แปลกแต่จริงรถแดงเชียงใหม่ยิ่งแก้ยิ่งเดินวนในอ่าง ”

สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อผู้ใช้ นันท์ เชียงใหม่

 “ ผมเต็มใจจะขึ้น Grab และ Uber มากกว่ารถสี่ล้อแดงครับ ถึงแม้จะแพงกว่าผมก็จะขึ้น และสนับสนุนให้สองค่ายนี้ถูกกฏหมาย  เนื่องจากประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ในการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการเจ้าต่าง ๆ ไม่ใช่ผูกขาดแบบที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้และประชาชนจะตัดสินเองว่าเจ้าไหนควรอยู่ เจ้าไหนควรเจ๊ง คำพูดที่ว่า “ รถสี่ล้อแดงเป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ ” ผมไม่เห็นด้วยอย่างมากครับผมว่าเอาจริง ๆ คนเชียงใหม่รังเกียจด้วยซ้ำไป ทั้งเรื่องมารยาทการขับรถ การโกงค่าโดยสาร การด่าทอเพื่อนร่วมทาง และอีกสารพัดครับ ”

เราป่าว สมาชิกพันทิป

   

      จากประเด็นถกเถียงหลายแง่มุมดังกล่าว เห็นว่าความขัดแย้งทางความคิดครั้งนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้ มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายเห็นต่าง และเป็นกลาง ซึ่งจุดยืนสำคัญในการโต้แย้งกับอูเบอร์และเป็นเหตุผลที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ คือ การเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเชียงใหม่และการรับ – ส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีประเด็นถกเถียงกันในเรื่องการเอาเปรียบผู้โดยสารและมารยาทการขับขี่ที่ไม่ค่อยดีนักของการบริการรถแดงที่ถูกพูดถึงมาเป็นระยะ ๆ ล่าสุดกับการเกิดขึ้นของอูเบอร์ (Uber) รถส่วนตัวที่ถูกนำมาใช้บริการรับ – ส่งผู้โดยสารโดยต้องเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งยังเป็นอาชีพผิดกฎหมายนั้นกลับทำให้เรื่องเหล่านั้นถูกตอกย้ำมากขึ้น ๆ จนกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าการตอกย้ำความผิดพลาดซ้ำซากของรถแดงดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะมีความต้องการเปลี่ยนไปด้วย เห็นว่าบริการดี ราคาถูก เรียกใช้สะดวก หรือเพราะคนเหล่านั้นต้องการหลีกหนีจากการผูกขาดของรถแดง ซึ่งเกิดจากการสะสมมาที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ กรณีตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการรถแดงกับผู้โดยสารมีมากมาย เช่น การคิดค่าบริการแพงเกินความจริง ความไม่เสถียรของราคาแม้จะเรียกใช้บริการในเส้นทางเดิม การจ่ายเหมารอบแต่ยังแวะรับผู้โดยสารตลอดเส้นทาง การปฏิเสธผู้โดยสาร เป็นต้น ทว่า ทุกอย่างมีดีย่อมส่งผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่าอูเบอร์จะทำให้ระบบขนส่งของเชียงใหม่เกิดความวุ่นวาย ยากต่อการตรวจสอบ ควบคุมมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถปรับตัวให้คงอยู่ในเชียงใหม่ หรือยอมรับว่าผิดกฎหมายและค่อย ๆ หายไป ซึ่งนั่นเป็นอนาคตที่ต้องติดตามการยื่นเรื่องเพื่อพยายามให้อูเบอร์เข้าสู่ระบบขนส่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ ปัจจุบัน

      ของเก่าที่เคยชินกับของใหม่ที่ไม่รู้จะไว้ใจได้เพียงใด นำมาสู่การถกเถียงอย่างต่อเนื่องของคนเชียงใหม่เองและคนทั่วไปในสังคม จนปัจจุบันก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าการจัดการทั้งกับรถแดงและอูเบอร์จะเป็นอย่างไร ซ้ำร้ายประเด็นนี้ค่อย ๆ เงียบไปจากความสนใจ จากที่เคยเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงกับเคยเกิดการล่อจับอูเบอร์ของขนส่งเชียงใหม่มาแล้ว ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือไม่ กับการยกเลิกรถแดงไม่ได้ แต่ก็ไม่มีการปรับปรุงภาพรวมการบริการให้ดีขึ้นสมกับการคงไว้เสียเลย

EDITORIAL

บทบรรณาธิการ

   

     ในภาคเหนือนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนร้อนแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความร้อนที่มากับฤดูกาล แต่ยังมีทั้งปัญหาหมอกควัน (พิษ) ที่มาเยือนเป็นประจำทุกปี ปัญหาน้ำเน่าเสียที่มากขึ้นซึ่งเป็นผลจากน้ำแล้ง และในปีนี้ยังมีข้อถกเถียงเพิ่มขึ้นในเรื่องการขนส่งสาธารณะระหว่างรถแดงกับอูเบอร์ จนทำให้ผู้คนในเชียงใหม่นั้นกลับมาฉุกคิดเรื่องคุณภาพชีวิตของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

      เมืองเชียงใหม่ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ 7 แห่ง ห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย วัดต่าง ๆ ที่อยู่ในทุกชมชน จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา เชียงใหม่นั้นถือว่าเป็นเมืองที่พัฒนาที่สุดในภาคเหนือ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพัฒนาที่มากขึ้น ทั้งนี้การจัดการของภาครัฐและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนถือว่ายังมีประสิทธิภาพไม่มากนัก ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่กล่าวมา

      ความเสียหายปัญหามลพิษจากหมอกควันและฝุ่นละอองในอากาศที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนในช่วง 4 – 5 ที่ผ่านมาส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่านั้นได้รายงานว่า หมอกควันสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกว่า 2,000 ล้านบาท และทำให้มีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น จากการวิจัยของนายแพทย์พงศ์เทพ วิวรธนะเดช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ย 40 คนต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่ในภาคอื่น ๆ มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ย 20 คนต่อประชากร 100,000 คน ชาวเชียงใหม่จึงเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอดสูงถึง 2 เท่าของคนในภาคอื่นหากปัญหาหมอกควันไม่ได้ทุเลาลง จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะเพียงแค่อากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรพึงจะได้ แต่ในปีนี้ปัญหาหมอกควันก็ยังคงอยู่และทำร้ายคนเชียงใหม่

      อีกทั้งคลองแม่ข่าซึ่งปัจจุบันกลายเป็นคลองน้ำทิ้ง ทั้งโรงงาน หมู่บ้าน ร้านค้า โรงแรม แม้ว่าจะมีกฎหมายบังคับให้ติดถังดักไขมันแล้วปัญหาก็ยังไม่ได้หายไป ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่สุดคือผู้ที่อยู่ปลายน้ำคือแถวบ้านป่าแดดใต้ ที่ต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่แย่ต่อร่างกาย เพราะน้ำมีฟองกลิ่นเหม็นมาก และมาตรการที่ทางรัฐทำนั้นก็เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำให้ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน

      การขนส่งในจังหวัดที่มีตัวเลือกน้อยมีเพียงแค่ รถแดง และ แท็กซี่ ปัจจุบันมีคู่แข่งจากต่างประเทศที่เข้ามาเพิ่มคืออูเบอร์ ซึ่งความคิดโดยรวมแล้วมีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และกลาง ๆ กับบริการรถรับส่งอูเบอร์นี้ แต่สุดท้ายแล้วรัฐก็ไม่ได้อนุญาตให้อูเบอร์เข้ามาสู่ตลาดการขนส่งด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ทำให้ผลเสียทั้งหมดนั้นตกลงไปอยู่ที่ผู้ใช้บริการที่สุดท้ายก็มีแค่ทางเลือกเดิมคือ รถแดงและแท็กซี่

      ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนมีผลต่อประชาชนชาวเชียงใหม่โดยตรง และทางเลือกคนเชียงใหม่ก็ไม่มี แม้การที่จะสูดอากาศสะอาดบริสุทธิ์ในช่วงหน้าร้อนนั้นก็หายาก ชาวบ้านป่าแดดใต้ก็ยังต้องทนสภาพน้ำแม่ข่ารอระบายที่เหม็นเน่า และสุดท้ายคนเชียงใหม่เองก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะใช้ในการเดินทางสาธารณะ ก็ยังคงต้องใช้รถแดงต่อไป 

ECONOMY

พนง. สถิติเศรษฐกิจเกษตรเชียงใหม่ชี้ราคาผักสดสูงขึ้นช่วงหน้าร้อนนี้ ผู้ค้าเผยพ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคา

นเรศ พรมคำ

หลากหลายราคา : ราคาพืชผักชนิดต่าง ๆ ณ ตลาดเมืองใหม่ในวันที่ 6 เม.ย. 60 พบว่า แต่ละชนิดมีราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมในอัตราที่ไม่เท่ากัน (นเรศ พรมคำ)

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 (เชียงใหม่) รายงาน ราคาผักสดจากสวนว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นในฤดูร้อนนี้  โดยสาเหตุมาจากสภาพอากาศและความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น  ซึ่งส่งผลต่อราคาผักสดในตลาดเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

       นางอรพิน  ปัญโญ  เจ้าพนักงานสถิติสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 (เชียงใหม่) ชี้แจงราคาผักสดจากสวนที่ทำการเก็บราคาผลผลิตทางการเกษตรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรนั้นจะมีเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) กระจายอยู่ทุกอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่คอยรายงานราคาผลผลิตทางการเกษตรมายังสำนักงานทุกสัปดาห์  ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาจึงเป็นราคาเฉลี่ยผลผลิตทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งมีราคาสูงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นไปจนถึงเดือนมิถุนายน

      ทั้งนี้มาจากสาเหตุในเรื่องสภาพอากาศที่ร้อน ฝนไม่ตก ปริมาณน้ำที่ใช้เพาะปลูกก็มีน้อย สภาพพื้นที่ที่ปลูกไม่อุดมสมบูรณ์  จึงทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรออกมาน้อย ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น  ทำให้ราคาผักสดทั้งจากสวนและราคาในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งนี้ราคาตลาดก็จะเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการหักต้นทุนค่าขนส่ง รวมไปถึงราคาเน่าเสียของผัก เพราะผักที่มาถึงตลาด คุณภาพบางส่วนก็ลดลง อีกทั้งวันหนึ่งอาจจะขายไม่หมด จึงมีความจำเป็นต้องบวกค่าเสียหายเหล่านี้เพิ่มไป ทำให้ราคาตลาดสูงกว่าราคาจากสวน แต่ทุกร้านในตลาดจะขายในราคาที่เท่า ๆ กัน 

      จากการสัมภาษณ์นางนวลลัดดา  มูลเมือง แม่ค้าขายผักสดในตลาดเมืองใหม่ ซึ่งรับผักมาจากพ่อค้าคนกลางที่กว้านซื้อจากชาวสวนมาอีกทอดหนึ่ง  ให้สัมภาษณ์ว่า ราคาผักในตลาดก็มาจากราคาพ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนด  เมื่อเพิ่มค่าราคาเน่าเสียของผักแล้ว  ก็จะขายได้ในราคาที่แพงขึ้นจากพ่อค้าคนกลาง แต่ด้วยความที่ตลาดเมืองใหม่เป็นตลาดขายส่ง จึงทำให้ผักที่นี่ขายเกือบหมดทุกวัน หากขายไม่หมดก็จะนำมาลงแผงขายตลาดตอนเช้าต่อ ในส่วนของราคาของผักสดที่เพิ่มขึ้น นางนวลลัดดาก็ให้สัมภาษณ์ตรงกับเจ้าพนักงานสถิติสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 (เชียงใหม่)  คือผักสดมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้  ไม่ว่าจะเป็นคะน้า บร็อคเคอรี่ ถั่วฝักยาว หัวผักกาด ผักชีไทย พริกใหญ่สด  ทั้งนี้นางนวลลัดดาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ราคาผักสดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นว่าความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ผลผลิตมีปริมาณน้อย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากสภาพดินฟ้าอากาศที่ทำให้ผลผลิตออกมาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร   

IGNITE

Nice job Good job 

 

      เมื่อผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าใดสินค้าหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้บริโภคนั้นต้องมองรูปลักษณ์ของสินค้าว่าสินค้าออกแบบมาสวยดึงดูดลูกค้าหรือไม่ ตราสินค้ามีความน่าสนใจและน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ซึ่งในวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับงานที่คอยอยู่เบื้องหลังความสวยงามของสินค้าเหล่านั้นกัน

      ถ้าพูดถึงงานศิลปะในความคิดของผู้อ่านอาจเป็นแค่รูปวาดรูปหนึ่งที่ดูสวยงาม อยู่ตามนิทรรศการต่าง ๆ ที่ศิลปินนำไปแสดง หรือขายตามห้างสรรพ-สินค้า ไนท์บาร์ซ่า แต่แท้จริงแล้วงานศิลปะนั้นสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น โดยการนำงานศิลปะมาประยุกต์ให้กลายเป็นธุรกิจ เช่น การนำงานศิลปะมาใช้เป็นตราสินค้า สิ่งนี้เรียกว่า พาณิชย์ศิลป์ ( Commercial Art )

       พาณิชย์ศิลป์ ตามพระราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายของพาณิชย์ว่า การค้าขาย และศิลป์คือ ฝีมือ ,  ฝีมือทางการช่าง , การทำให้วิจิตรพิสดารเมื่อนำมารวมกันจึงได้หมายความใหม่ว่า งานฝีมือเพื่อการค้าขาย ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่แค่การนำรูปไปวางบนสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าเท่านั้นยังรวมไปถึงการออกแบบงานสินค้าและบริการ ทั้งการจัดงานอีเว้นท์ งานออกแบบสินค้าและการตกแต่งสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับศิลปะได้

       เรามาทำความรู้จักกับผู้ที่ทำงานอยู่ในวงการนี้ คุณคริสนพัฒน์  เมธาฤกษ์ หรือที่บางท่านรู้จักในวงการนาม SOPER คุณคริสนั้นมีความถนัดในทางศิลปะที่เรียกกันว่า  ศิลปะข้างถนน หรือ Street Art และได้นำศิลปะประเภทนี้ประยุกต์เข้ากับสินค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เขาได้สร้างสรรค์ผลงานในเชิงพาณิชย์ศิลป์หลาก-หลายรูปแบบซึ่งเป็นงานที่ลงมือทำและจำหน่ายเอง เช่น การเพ้นท์เสื้อขาย การออกแบบสติ๊กเกอร์ ยังมีงานประจำที่ยังอยู่ในพาณิชย์ศิลป์คือออกแบบและจัดงานอีเว้นท์ต่าง ๆ อย่างงานที่พึ่งผ่านมาคืองาน XANAX  ซึ่งเป็นงานอีเว้นท์พาณิชย์ศิลป์ในแนวฮิปฮอป โดยภายในงานยังมีการแข่งขันร้องเพลงแร็พ นอกจากนั้นยังได้เผยแพร่ผลงานในอินเตอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศ มีชาวต่างชาติชื่นชอบในผลงาน ถึงกับเคยมีคนซื้อรูปไปทำเป็นปกอัลบั้มเพลงอีกด้วย สุดท้ายคุณคริสให้ความเห็นว่า “ ถึงแม้ว่าจะทำงานที่ชอบ แต่ก็ต้องมีส่วนที่เบื่อและไม่ชอบอยู่บ้าง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบมากพอที่จะอดทนกับสิ่งที่ไม่ชอบได้หรือไม่ ” 

     

“ อาชีพไหนก็สามารถสร้างรายได้ให้แก่คุณได้ทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าคุณชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าคุณชอบในงานที่ทำ สิ่งนั้นก็จะสามารถสร้างความสุขให้แก่คุณได้ทุกวัน ”